บันทึกผมกับน้องมนูญแดง macbook air – น่าใช้ แพง – คุ้มหรือไม่คุ้ม ?

เกริ่นๆ

หลังจากถอย macbook air (AKA มนูญแดง) มาได้ซักระยะ ขอเขียนแบ่งปันประสบการณ์ การใช้งานสำหรับคนที่สนใจจะซื้อ และลังเล หรือหาข้อมูลอยู่

ma1

น้องมนูญแดง

ก่อนอื่นขอบอกสถานการณ์ (ฮ่า) การใช้คอมพิวเตอร์ของผมก่อนนะครับ ก่อนซื้อ macbook air ผมใช้ pc มาตลอด มีตั้งโต๊ะหนึ่งเครื่อง และ vaio สิบสี่นิ้ว ที่ซื้อมาเมื่อสี่ห้าปีที่แล้วหนึ่งเครื่อง

ผมทำงานสอนหนังสือเกี่ยวกับสถาปัตย์ + การทำกราฟฟิคบ้าง, จัดเพลท, ทำ powerpoint นำเสนอ เพราะฉะนั้นโปรแกรมที่ใช้หลักๆ ก็จะเป็นพวก office – ทำเอกสารงานวิจัย, photoshop, autocad (บ้างเล็กน้อย)
lecture series mike jencks copy

(ตัวอย่าง โปสเตอร์ที่ทำจาก macbook air ของผม – รูปต่างๆ มีมาอยู่แล้วนะครับ เอามาจัด layout เฉยๆ)

 

ส่วนโปรแกรมอื่นๆที่ใช้ก็คือพวก safari (บน pc) – เอาไว้เข้า amazon.com (ช่วงนี้บ้าลองทำธุรกิจออนไลน์ยังขาดทุนย่อยยับอยู่เลย – ฮ่่า) , adwords, firefox – เอาไว้เข้า microsoft adcenter (ie ไม่ได้ใช้เลยเพราะว่ามันช้ามาก)

และก็ใช้ ipod + ipod touch มีเพลงที่ rip จาก cd ของตัวเองอยู่ประมาณ 200 GB ได้ อ้อ ผมมี external hard drive สามตัว และ มี external dvd drive อยู่อีกสองตัว ;]) (ซึ่งบ้าบอและรกรุงรังมาก)

เกมส์ส่วนใหญ่ หรือกราฟฟิครุนแรงผมจะทำบน desktop ที่บ้าน (แต่ตอนนี้มันเสียอยู่มาสามสี่เดือนแล้ว) และ เวลาไปที่ทำงาน (ไปแทบทุกวัน) ผมจะพกน้องไวโอ้ไปด้วย ซึ่งมันจะเป็นประสบการณ์ที่นรกแตกมาก เพราะว่าต้องพก ไวโอ้ + แบทเตอร์รี่ + ipod + headphone + headphone amp + กระเป๋าเงิน + กุญแจรถ + กุญแจบ้าน และบางครั้ง พวก textbooks ต่างๆ เพราะฉะนั้นสิริรวมแล้วมันอาจหนักถึงสามโลกว่า กระเป๋าห้อยย้อยอยู่บนบ่าผม (ฮ่า) เมื่อน้องไวโอ้ส่งสัญญาณว่า ไม่สามารถรับการทำงานกราฟฟิคที่ผมทำอยู่ได้อีกต่อไป (แน่นอนมัน 1.7 กิ๊ก เพนเทียมเอม นินา) จึงหาน้องโน็ตบุ๊คตัวใหม่มา

 

รอยต่อของการตัดสินใจ

คุณพ่อผมมี netbook เครื่องหนึ่ง สิบนิ้ว ของ HP ที่ผมได้ไปลองใช้ประมาณหนึ่ง พบว่ามันช้าอืดสาด มาก คีย์บอร์ดเล็กเกินไป ตัวเลือก netbook จึงตัดทิ้งไป ก็หันมาดูคอมบางๆ เบาๆ มีอะไรให้ลองกันบ้าง มีไวโอ้ที่กำลังออกที่ชงเรื่องบางเบาเหมือนกัน ก็ดูน่าสนใจ แต่ว่า mac เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยลองมาก่อน น่าลองอยู่ไม่น้อย ก็เลยลองมาดู mac มีตั้งหลายโมเดล ไปถามเพื่อนๆ มีแต่คนบ่นว่า macbook air ไม่เวิร์คหรอก พี่น้อง แพงก็แพง ไม่มีซีดีรอม เอามาทำไม ! macbook pro ดีกว่า สเปคดีกว่า มีซีดี มีพอร์ตมากมายมหาศาล โดยเฉพาะตอนผมใกล้จะซื้อมันออก macbook สีขาวมา ราคาสามหมื่นกว่า สเปคสูงกว่า โอ้ววววว เอาไงดี แต่ในที่สุดก็คิดว่าเอาฟระ เราจะยอมจ่ายเพื่อ ความเบา โลกไร้สาย ลองดู !

 

ประสบการณ์การใช้
พอใช้เจ้า macbook air มาได้ซักสองสามอาทิตย์อยากจะบอกว่า มันยอดมากเลยจอร์จ ! เพราะว่า

1. เบา มันเบาจริงๆนะครับ สมัยก่อนผมต้องมีกระเป๋าสะพายไปทำงาน ตอนนี้ผมถือแค่เจ้า macbook air ไปทำงานอย่างเดียว ในเคสี่มีกระเป๋าหน้านิดหน่อยเอาใส่กระเป๋าเงิน มือถือ และไอพอดทัช แบทตัดออกไปเลย เพราะว่าเท่าที่ลองดู ผมใช้งานคอมพิวเตอร์วันละไม่เกิน หกชั่วโมงอยู่แล้ว mouse ก็ไม่ได้ใช้ หรือถ้าเอามาด้วยก็ไม่หนักอะไรเพ่ิมอีกนิดเดียวถ้าเทียบกับเจ้าสามกิโลที่แบกมาตลอด

2. มันบาง เช่นเดียวกัน พอมันบาง ก็ถือไปไหนมาไหนได้เลย มันทำให้การเปิดคอมพิวเตอร์มาทำงาน เล่นเน็ตไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป ตื่นมา หยิบ macbook air ด้วยมือเดียว ดันหน้าจอขึ้น เราก็สามารถเช็คยอดการขายของทางเน็ตได้เลย ! (สมัยก่อนผมใช้ ipod touch แต่ macbook air จอใหญ่กว่ามาก สบายตากว่า) หรือวันเสาร์อาทิตย์ที่คุณไม่ต้องพกอะไรเยอะแยะ ก็เอาแค่เจ้า macbook air ออกมาพร้อมหูฟัง เดินไปมาเขียนนู้นนี่ ที่ร้านกาแฟได้เลย มันเหมือนคุณถือ magazine ซักเล่ม เดินไปมา เวลาไปห้องน้ำก็ไม่ต้องทิ้ง nb ไว้พับแล้วถือเอาไปห้องน้ำได้เลย

3. มันต่อเน็ตได้ง่ายและเร็วมาก เปิดมาหน้าจอมา เพียงไม่กี่วินาทีมันจะสามารถเข้า wifi network ได้ทันทีเลย เข้าสู่โลกไร้สายอย่างแท้จริง

ชักจะยาวไปละ ขออนุญาติจบตอนนี้ก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวจะมาโม้ต่อ (ฮ่า) แต่สรุปสำหรับผมแล้วคิดว่าคนที่น่าจะชอบใช้ macbook air คือคนที่ใช้กราฟฟิคไม่หนักมาก, ชอบทำงานไม่ติดที่, มี wireless network ที่บ้าน ที่ทำงานหรือในที่ ที่คุณไปบ่อยๆ, มีคอมพิวเตอร์ และ อุปกรณ์อื่นๆ อยู่แล้ว เพื่อใช้มันเชื่อมต่อกับเข้า macbook air ในการลงโปรแกรมจาก dvd (แต่ผมคิดว่าเราซื้อ online เอาได้อยู่แล้ว)

Categories: Macbook Air ป้ายกำกับ:,

ภาพหลุดชุดใหม่ เจาะลึก การใช้งาน microsoft courier booklet เห็นแล้วจะซิ๊ด !

ห่างหายจากข่าวของ microsoft courier booklet (A.K.A. Microsoft Tablet) มานาน เมื่อสิบแปดชั่วโมงที่ผ่านมา Gizmodo ได้ปล่อยภาพหลุดชุดที่สองที่อธิบายการใช้ courier booklet แบบเจาะลึกออกมา อีกครั้ง ไปดูกันเลยครับว่าเป็นยังไงกันบ้าง

การควบคุม

คลิกหนึ่งครั้ง เลือกหรือเปิดงานนั้นๆ

จิ้มค้างไว้เฉยๆ น่าจะเป็นการเลือกข้อความหรือส่วนนั้นๆ (จะได้เอาไปตัดไปะส่วนหน้ากระดาษของเราได้)

เลื่อนหนึ่งนิ้ว สามารถเลื่อนหน้าจอไปมาได้แบบสี่ทิศทาง (ไม่ 360 องศาเหรอ ?)

สองนิ้วลากลง หรือ ขึ้น เปิดหน้าต่อไป (น่าจะเหมือน swipe ไปมาของ macbook แบบ multitouch gesture)

สองนิ้วลากข้ามหน้า (อ่านไม่ออก) แต่คาดว่าเป็นการ copy & paste  หรือไม่ก็เปลี่ยนหน้าแบบอ่านหนังสือ

Agenda

มันมี agenda เอาไว้สำหรับจัดการรายการประจำวัน สังเกตุว่าทางขวาบนจะมีอธิบายว่ามันสามารถเปิดไปสู้หัวข้อต่างๆ เช่น to do list, email อะไรพวกนี้ได้จากการเข้าหัวข้อ agenda เป็น เมนูหลัก โดยมีปุ่ม HOME อยู่ตรงกลาง น่าจะเหมือน ipod touch หรือ iphone ไม่รู้ว่า พอกดแล้วมันจะไปโผล่หน้าไหนหนอ

journal

เข้าไปดูเอกสารต่างๆของเราได้เลย จากหน้านี้ แล้วมีแถบแบบรวดเร็วเลือนปื๊ดไปเลย

หรือจะทำการค้นหาข้อมูลที่มีในเครื่องจาก search ก็ได้ ถ้ากดปุ่ม home  จากหน้านี้ มันจะกลายเป็น library page ที่จะแสดงเอกสาร หนังสือ webpage ต่างๆ ที่มีในเครื่องเรา

collaborate

แค่ไม่กี่คลิ้กแบบรวดเร็ว journal ของเราก็จะขึ้นไปอยู่บนอินเตอร์เน็ตพอเพื่อนแก้งานเรา หรือเขียนคอมเมนต์แล้ว update กลับมา มันจะมาโผล่ที่เจ้า courier booklet ของเราทันทีเลย (ถ้าต่อเน็ตนะ) ใจมาก สำหรับบุคคลในชีวิตไร้สาย ฮ่า

browser

เข้าอินเตอร์เน็ตและจดจำหน้าเว็บต่างๆได้ เลื่อนผ่านแบบรวดเร็ว วูบวาบ ไม่ต้องมาจำหน้าเว็บอีกต่อไป หรือไม่ต้องพิมพ์อีกต่อไปให้อารมณ์เปิดหนังสิอมากๆ เร่ิมนึกถึง journal เล่มโตๆ ของนักธุรกิจแต่มันบางเจ๊ียบลงเพราะเทคโนโลยีแล้วสิ สมชื่อ microsoft courier booklet – infinite journal จริงๆเลย

หนีบ

ชอบอันไหน ก็ดึงไปหนีบไว้ตรงกลางก่อนแล้วค่อยเอาไปนั่งดูอย่างจริงจังทีหลัง

page tag

มีระบบ page tag จดจำหน้าผ่านวันที่ที่เราใช้งาน หรือสถานที่ที่เราใช้งาน (ว้าว) อันนี้ต้องพึ่ง gps พอสมควร แต่น่าสนใจคือถ้าเจ้า microsoft courier booklet มันมาพร้อม gps ในตัว มันจะรู้ว่าเวลาที่คุณเขียน journal นี่คุณอยู่ที่ไหนของโลกหรือรูปถ่านที่คุณถ่ายจากเจ้า courier มันก็จะรู้่ว่าคุณถ่ายที่ไหน แล้วมันน่าจะ sort ได้ ว่าเลือกตามวัน เวลา หรือ สถานที่ (กริ๊ด)

the pen

มาดู killer feature ของเจ้า courier booklet กันครับ ปากกา ! มันเรียกว่า  twist stylus

มันหมุนได้ มันมียางลบ และมันมีปุ่มกดสองปุ่มที่ปากกา ดูท่าทางมันจะทำอะไรได้หลายอย่าง อย่างในภาพมันไฮไลท์ เขียนทับลงบนอะไรก็ได้ น่าจะคล้ายๆ word ที่ไฮไลท์ได้ (ฮ่า)

อันนี้เด็ด คลิกหนึ่งครั้งอุปกรณ์การวาดภาพมากมาจะออกมา ชนิดปากกา ดินสอ สี  (ผมว่านี่แหละ killing feature ของมัน)

photos

ถ่ายภาพโดยใช้หน้าจอขนาดเจ็ดนิ้ว (หรือสิบนิ้ว) ของ microsoft courier booklet เป็น viewfinder อะโหและแน่นอน เข้าไปใน gallery ของคุณทันที พร้อมต่อเชื่อมสู่โลกไร้สาย !

library

นี่แหละครับ หน้าหลักของ microsoft courier booklet ที่เรียกว่า library ที่เชื่อมต่อไปสู่ my applications (โปรแกรมต่างๆ), my notebooks (สมุดของคุณ), my subscriptions หนังสือ และ แมกกาซีนที่คุณซื้อ หรือ เป็นสมาชิกออนไลน์, my shared notebook สมุดงานที่คุณแบ่งปันแก่เพื่อนร่วมงาน และเพื่อนๆ ของคุณ

 

เป็นไงบ้างครับ ? สนุกตามั้ย (ฮ่า) เห็นได้ชัดแล้วว่า microsoft courier booklet เจาะตลาดสองกลุ่มคือ กลุ่มที่ต้องขีดเขียนในการทำงานที่ต้องมีสมุดพกติดตัวอยู่แล้ว ศิลปิน, creative, graphic designer, สถาปนิก และ นักเขียนการ์ตูน และ นักธุรกิจที่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและถ่ายภาพ พร้อมออแกไนซ์เซอร์

 

อยากได้ๆ เมื่อไหร่จะออกสักทีหนอ

 

สำหรับผู้ที่อยากดูชัดๆ คลิกไปที่ gizmodo เลยครับ

หลักฐานว่า จริงๆ apple tablet มีมาเกือบ ยี่สิบปีแล้ว !

วันนี้ techcrunch.com ปล่อยภาพถ่ายประมาณเมื่อปี 1990 ออกมา ชื่อว่า apple pen mac  ซึ่งเป็นโครงการ Tablet ลับๆ ของ apple เมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว โดยตัวจอของมันนั้นเป็นรุ่นที่เค้าเรียกกันว่า Mac Portable (ใครเคยได้ยินหรือเคยใช้ยกมือขึ้น)

โดยมีเจ้าปากกานี่คอยจิ้ม เป็น Tablet และเมื่อมันเป็น Tablet ทำให้มันมีความหนาไม่เกิน 1 นิ้ว (ว้าว เมื่อยี่สิบปีที่แล้วนะครับ)  โดยคนที่ถือเจ้า apple pen mac ที่เห็นในภาพนั้นคือ CEO ของบริษัทที่ Apple ไปจ้างพัฒนาตัว Tablet นี่่ก่อนที่มันจะถูกหยุดพัฒนาไปเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว

(ขอบคุณ techcrunch.com สำหรับภาพและข้อมลครับ)

Categories: apple tablet ป้ายกำกับ:,

เปิดแล้วจ้า มาดูบรรยากาศใน microsoft store กัน

หลังจากเคยเขียนว่า microsoft จะทำแบบ apple store โดยเปิด microsoft store บ้าง

ตอนนี้มันเปิดแล้วจ้า เต็มไปด้วยจอภาพ แบบ multitouch ที่คนที่ไปดูยังติดภาพแบบของ apple อยู่ คือซูม เลื่อน อะไรแบบนั้น

ดูเหมือนว่า multitouch ของ windows 7 ยังเป็นแบบจิ้มๆ อยู่ (น่าเศร้า)

ลองไปดูบรรยากาศเลยครับ ส่วนตัวผมว่ามันติดเชยๆ นะ (ฮ่า)

(แค่ logo ก็ไม่ใจละ)

Categories: Uncategorized ป้ายกำกับ:,

โอ้ววว ตื่นตาสุดๆ การเล่นเกมส์ RUSE แบบ multitouch บน windows 7

RUSE เกมส์นี้จะต้องถล่มทะลาย ! มันออกมาเพื่อ multitouch ของ windows 7 โดยเฉพาะ

สิ่งที่เราต้องการก็แค่ หน้าจอ multitouch ใหญ่ๆ เท่านั้นเอง เหนือคำบรรยายครับ

ต้องเห็นด้วยตาตัวเอง !! ลองดูครับ โดยเฉพาะตอนซูมเพื่อจากแผนที่ สุดๆ!

เคยดูวิดิโอนี่ทีหนึ่งตอนที่เค้าพัฒนา mutitouch screen สำหรับกองทัพของอเมริกา ตอนนี้มันจะมาเป็นเกมส์ให้เราเล่นแล้ว

(ใครจะอัพเกรดคอมต้องคิดละน้าว่าเอาไงดีต่อไป?)

Categories: multitouch ป้ายกำกับ:, , ,

ก่อนจะมาเป็น Microsoft Courier Booklet อันเรียบเนียบ ยังมี “Codex” Prototype อันรกรุงรัง

จาก video presentation ของ microsoft courier ที่เราจะเห็นว่ามันเรียบเฉียบ เหมาะสมกับคำว่า tablet (booklet) และ อาจมาชน apple tablet แบบ ช้างชนช้าง ได้นั้น เรามาดูกันดีกว่า prototype ตัวต้นๆ ของมันหน้าตาเป็นยังไงกัน

หนึ่งใน Prototype ของ microsoft Courier ที่เรากำลังดูกันนี่มันมีชื่อว่า Codex ครับ

ดูแล้วเหมือนเอา tablet สองอันมาใส่กระเป๋าใช่ม้า (ตอนผลิตเค้าเรียกมันว่า pocket computer) ฮ่า ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน มันห่างไกลคำว่า cool หรือ hip gadget ไปมากที่เดียว แต่ว่าตัว microsoft Courier prototype นี่มันออกมาตั้งแต่ปี 2008 แล้วนะครับ ในช่วงเวลานั้นความเรียบกิ๊กยังไม่ค่อยมาเท่าไหร่ในแง่ดีไซน์

ยิ่งเห็นภาพนี้แล้วยิ่งคิดว่า ทำเองก็ไ้ด้ฟระ มันไม่ต่างจาก organizer ที่ใช้อยู่เลย หรือเอาพวก palm ประกบสองข้างก็ได้แบบนี้แล้ว !

แต่ภาพนี้มันแสดงให้เห็นว่า microsoft courier booklet นั้นมันถูกออกแบบให้เป็นสมุดมาตั้งแต่ต้น สำหรับ sketch ค้นข้อมูล จัดการชีวิต แบบ infinite journal ไม่ได้เน้นไปที่ดูหนังหรืออ่านหนังสือ

เพราะฉะนั้นการมีสองหน้าของ courier (หรือ codex ในตอนนั้น) มันไม่ได้มีให้เชื่อมกันสนิท แต่ว่ามันมีไว้เพื่อทำงานสองหน้าต่าง อยากให้ลองนึกถึงเวลาทำ photoshop แล้วใช้คอมพิวเตอร์สองจอ มันจะเร็วกว่าใช้จอเดียวมาก (ใครไม่เคยลองดูนะครับ;])

ดังเช่นที่เราจะเห็นจากภาพข้างบน ซ้ายสำหรับสารบัญเว็บ หรือจดไอเดียเล็กๆ ขวาสำหรับ เนื้อหา หรือพื้นที่ทำงาน

อันนี้กลับด้านให้งานมาอยู่ด้านซ้าย สารบัญไปอยู่ด้านขวา เหมือนวิดิโออีกตัวของ microsoft courier ที่ถูก nike แบน ไปแล้วเรียบร้อย คือสามารถตัดแปะเว็บต่างๆ เขียนไอเดียเติมไปได้

แต่ถ้ามาดูกันจริงๆ เจ้า courier นี่มันก็ไม่ได้จอติดกันนะ มีอะไรขั้น (ท่าทางจะเป็นเหมือน ปุ่ม home ใน ipod touch หรือ iphone)

codex สามารถ ตั้งได้ แล้วทำงานเชื่อมต่อกันสองจอได้ (อันนี้เป็นสิ่งที่เราไม่เห็นใน video presentation ของ microsoft  courier booklet เลย)

ภาพสองหน้าจอเมื่อทำงานในแนวตั้ง ซึ่งทำให้มันน่าสนใจมาก เพราะมันจะไปเหมือน prototype ที่พับได้ ของ apple tablet

อีกอันที่น่าสนใจมากคือการทำงานร่วมกันสองคน โดยแบ่งกันคนละหน้าจอ

คล้าย sketch ไปพร้อมๆ กัน สองหน้าจอแล้วก็คุยกันไปด้วย (อันนี้ถ้าดูวิดิโอจะได้อารมณ์ฮามาก) ส่วนตัวผมว่า ใช้สองเครื่องดีกว่า คนละเครื่องแล้วเชื่อมกันด้วย wireless น่าจะดีกว่า (จะมาใกล้กันอะไรขนาดนั้นจอร์จ !)

หน้าจอที่สามารถถอดแยกไปได้ ทำงานได้อย่างอิสระ

และในตัว prototype นี่ ไม่มี multi touch keyboard นะจ๊ะ มันยังเป็น keyboard ธรรมดาอยู่

แต่ผมเชื่อว่า multitouch จะเกิดขึ้นใน microsoft courier booklet แน่นอน เพราะว่า windows 7 ก็เปิดตัวรองรับ multi touch อย่างเต็มตัว และผมเชื่อว่ามันจะเป็นมาตรฐานใหม่ของคอมพิวเตอร์ในอีกสองสามปีข้างหน้า

ดูวิดิโอตัวเป็นๆ จะได้อารมณ์กว่า

เป็นยังไงบ้างครับ สำหรับ codex prototype ของเจ้า microsoft courier booklet ผมว่าหากมองข้ามหน้าตาที่ออกจะโบราณไปนิด จะเห็นว่า ideas มากมายอยู่ใน codex ซึ่งก็เหมาะสมกับความเป็น prototype จริงๆ เน้นขาย concept ไม่เน้นหน้าตา ! เพื่อนๆอ่านแล้วคิดว่ายังไง อย่าลืมเม้นท์กันบ้างนะครับ ;])

(เรียบเรียงจาก www.cultofmac.com)

อยากจะกริ๊ดแตก มาดู video apple magic -multi touch- mouse กันดีกว่า

พึ่งออกมาได้สี่วัน น้อง apple magic mouse ที่ว่ากันว่ามาแรงแซงทางโค้งและแก้ปัญหา “คลิกขวาหายไปไหน?” ของ mighty mouse ที่ผ่านมา

มาดูกันดีกว่า ว่า เจ้า apple magic mouse มันทำไรได้บ้าง ? (ไม่ชอบชื่อมันเลยอะ ดูไม่ cool ยังไงไม่รู้ เหมือนของถูก ;[)

magic mouse

magic mouse

- มันไร้สาย !

- ผิวของมันทั้งหมด เป็น multi touch !

- clicking คลิกที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของมันจะเป็นคลิกซ้าย ยกเว้นมุมวาบนถึงจะเป็นคลิกขวา (ใช่ ในที่สุด apple mouse ก็สามารถคลิกขวาอย่างเป็นทางการได้แล้วจ้า หลังจากรอมานาน)
สามารถตั้งแบบถนัดซ้ายขวาได้ด้วยนะครับ

- scrolling อันนี้ใครเห็นเป็นต้องกริ๊ด (ดูวิดิโอประกอบความกริ๊ด) น้อง apple magic mouse สามารถ scroll โดยไม่ต้องมีปุ่มตรงกลาง scroll ไปเลยผ่านผิวของเจ้า magic นี้แหละ !
ดึงนิ้ลากลงมาเลย (ทดสอบกับเมาส์ที่คุณถืออยู่ตอนนี้ได้ จับผิวมันแล้วลากลงมาเลย ฮ่า) และยังสามารถ scroll แบบซ้ายขวาได้อีกด้วย เลือนหน้าเว็บไปมาได้ และรองรับการ scroll แบบ 360 องศาด้วย !
คือเวลาดูภาพอะไรแบบนั้น เลื่อนดูไปมาอย่างธรรมชาติ

- swipe ใช้สองนิ้วเพื่อเลื่อนเปลี่ยนหน้าอย่างรวดเร็ว เหมือนเปิดหน้าหนังสือ กริ๊ดดดดด สามารถใช้ได้กับ safari, itune และ iphoto นะครับ

- zoom สามารถซูมหน้าจอเข้าไปเลยโดยใช้ปุ่ม ctrl + scroll

และสามารถ customize ได้ตามใจชอบ ไปดูวิดิโอกันเลยครับ ;])

Categories: macbook ป้ายกำกับ:,

macbook air ปรับราคาลงแล้ว !

หลังจาก ปล่อย macbook มาเขย่าหัวใจเล่นที่สามหมื่นกว่าบาทด้วยสเปคที่สูงกว่า
ตอนนี้ macbook air ที่อเมริกาปรับตัวลงแล้วครับ ! หากใครเข้าไปในเว็บ Apple

แล้วเข้าไปดูหน้า macbook air หน้าแรก
จะเห็นว่ามันเขียนว่าเริ่มต้นที่ 1,499 เหรียญ (จำได้ว่าของเดิมมัน 1,799 USD) ลองเอาสามสิบห้าคูณดู ประมาณห้าหมื่นสอง !
ยังไม่นับราคาเพื่อการศึกษานะเนี้ย !อยากรู้ว่าที่ไทยจะปรับลงเมื่อไหร่

พยายามไปเช็คที่ apple store บ่อยๆ หนะ (ฮ่า)
air

และอยากรู้ว่า macbook air ตัวใหม่จะออกเมื่อไหร่ มีสเปคยังไงบ้าง
ผมคงจะรอซื้อตอนที่มันมีสองโมเดลวางใ้ห้เลือกกัน อยากไ้ด้ อยากได้

Categories: macbook ป้ายกำกับ:

มาดูว่า เครื่องอ่านหนังสือสีของ Barnes & Noble ที่ชื่อว่า Nook eReader ทำอะไรได้บ้าง

22/10/2009 thaicourier 1 comment

หลังจากมีข่าวลือมานาน ว่า มันจะชนกับ amazon kindle ในที่สุดมันก็ออกมาแล้ว !! eBook Reader ของ Barnes & Noble ที่ชื่อว่า “Nook” (ไม่ใช่ Nuke -nuclear นะ) (ฮ่า) วางขายไปเมื่อวาน (21 ตุลาคม 2552) เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ที่นิวยอร์ค  มาดูภาพและ specification ของมันกันว่ามันทำไรได้บ้าง

touch screen keyboard ! เอาแล้วๆ เพื่อเราจะสามารถพิมพ์หาชื่อหนังสือต่างๆที่มีในเครื่องเราได้ และคงแน่นอนว่า พิมพ์เว็บไซต์ต่างๆได้ด้วย (แต่ไม่เน้น เพราะว่าเน้นต่อกับร้าน  Barnes & Noble online store มากกว่า) ;[) ซึ่งไม่เข้าใจว่ามี touch screen keyboard ขนาดนี้แล้วทำไมไม่ยอมให้เข้าเว็บได้สะดวก คะแนน Nook 1, Kindle 1

ระบบการเช่าและซื้อหนังสือออนไลน์ อันนี้แหละที่เค้าว่ากันว่าจะเป็นหมัดเด็ดฆ่า Kindle เพราะว่า Nook สามารถเช่าหนังสือได้ 14 วัน แล้วยังสามารถส่งต่อไปให้เพื่อนๆ อ่านใน iphone และ ipod touch ได้อีกด้วย ! และเจ้า Nook นี้ยังรู้อีกด้วยว่าเราอ่านไปถึงไหนแล้วมันจะมีระบบจดจำไว้ ! คะแนน Nook 1, Kindle 0

ฟังเพลง Mp3 ได้ด้วย โอเค ไม่ซีเรียส คะแนน Nook 0, Kindle 0

wireless อันนี้ทั้งสองตัวทำได้อยู่แล้ว ทั้ง Kindle ทั้ง Nook แต่ว่าข่าวร้ายก็คือยังไม่สามารถซื้อหนังสือเหล่านี้ได้นอกอเมริกานะครับ ในขณะที่ Amazon พยายามอย่างยิ่งเพื่อเปิด International ไปแล้ว คะแนน Nook 0, Kindle 1


ร้าน B&N eBook อันนี้แหละที่จะมาฆ่า Amazon อีกตัวหนึ่ง ร้าน B&N เปิดกว้างมากกว่า Amazon มาก eBook ตัวอื่นๆสามารถเข้ามาซื้อของในร้านนี้ได้ ที่ทำได้เพราะว่า B&N นั้นเป็นคู่ค้าของ google ที่ตรากตรำเรื่องหนังสือออนไลน์มานาน คะแนน Nook 1, Kindle 0

และอันนี้เป็น features เด็ดๆ ของเจ้า Nook ตัวนี้

ลองแล้วค่อยซื้อ สามารถเอาตัวอย่างไปอ่านก่อนได้
ไม่ต้องใส่แว่น มีระดับฟอนต์ถึงห้าระดับให้เลือกอ่าน!
เติม SD Card ได้ด้วย
อ่านตัวอย่างหนังสือฟรีได้ทุกที่ทุกเวลาด้วย wireless !
เก็บหนังสือได้กว่า 1,500 เล่ม! จากขนาด 2GB
ไม่ต้องกลัวลืม ! Nook มีระบบจดจำได้ ว่าคุณอ่านไปแล้วถึงไหน ถ้าลืม Nook ไว้ที่บ้าน ก็แค่หยิบ iphone ipod touch หรือ blackburry ของคุณขึ้นมาอ่านที่ไหนก็ได้!
สามารถแบ่งปันกันอ่านได้จาก Nook สู่ Nook !
บังคับด้วยระบบ touchscreen เสมือนอ่านหนังสือ ! และมันเป็นสี !!

- ลองแล้วค่อยซื้อ สามารถเอาตัวอย่างไปอ่านก่อนได้

- ไม่ต้องใส่แว่น มีระดับฟอนต์ถึงห้าระดับให้เลือกอ่าน!

- เติม SD Card ได้ด้วย

- อ่านตัวอย่างหนังสือฟรีได้ทุกที่ทุกเวลาด้วย wireless !

- เก็บหนังสือได้กว่า 1,500 เล่ม! จากขนาด 2GB

- ไม่ต้องกลัวลืม ! Nook มีระบบจดจำได้ ว่าคุณอ่านไปแล้วถึงไหน ถ้าลืม Nook ไว้ที่บ้าน ก็แค่หยิบ iphone ipod touch หรือ blackburry ของคุณขึ้นมาอ่านที่ไหนก็ได้!

- สามารถแบ่งปันกันอ่านได้จาก Nook สู่ Nook !

- บังคับด้วยระบบ touchscreen เสมือนอ่านหนังสือ ! และมันเป็นสี !!

สรุป นาทีนี้ Nook ชนะ Kindle ขาดลอย!!

ปิดท้ายด้วยวิดิโอ Nook: Barnes & Noble ereader ตัวเป็นๆ จ้า

(ขอบคุณเีืรื่องและภาพจาก readwriteweb.comครับ)

Categories: e-book reader ป้ายกำกับ:, , , ,

มาดู window phone ที่ใสทะลุ และ เปียกฝนได้กัน !

20/10/2009 thaicourier 1 comment

มี concept phone ตัวหนึ่งที่ผมว่าใครเห็นก็อยากได้เป็นเจ้าของหรือลองใช้ดูสักครั้งว่ามันเป็นยังหว่า ?

มันคือ window phone ครับ ไม่ใช่ microsoft window นะครับแต่ว่าเป็น window ที่แปลว่าหน้าต่าง!

ใส่ปิ๊ง ทะลุไปเลย ด้วยระบบ touchscreen และ wifi ตลอดเวลา

แต่ความเจ๋งมันอยู่ตรงที่ว่า เจ้า window phone นี่มันจะต่อเชื่อมกับอินเตอร์เน็ตเพื่อเช็คสภาพอากาศว่าขณะนั้นสภาพอากาศเป็นยังไง

แล้วมันจะส่งภาพมาทางตัวโทรศัพท์ เหมือนเวลาเรามองผ่านออกไป จากหน้าต่าง เจ๋งใช่มั้ยละ !

ชอบๆ อยากได้สักเครื่องจัง ;]) (ไม่รู้ต้องรออีกนานแค่ไหน)

ขอบคุณเรื่องและภาพจาก cellphonebeat.com ครับ

Categories: concept phone ป้ายกำกับ:, ,